เวลาขณะนี้
Ulti Clocks content
สถิติผู้เข้าเยี่ยม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้636
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1591
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2227
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว10162
mod_vvisit_counterเดือนนี้22507
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว34717
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด319776

Online (20 minutes ago): 17
IP ของคุณ : 18.232.171.18
,
วันนี้ : Aug 19, 2019

PostHeaderIcon การศึกษา

PostHeaderIcon การศึกษาไทย:การศึกษาเพื่อใคร?


                        การศึกษาไทย: การศึกษาเพื่อใคร ?

                                                                                                                                                       ดร.กนกรัตน์ ศรีวิจิตร์

หลายเดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ พบว่า มีการประชุมสัมมนาในหมู่นักวิชาการด้านการศึกษาถึงการปฏิรูปการศึกษาไทย โดยประเด็นหลักมุ่งไปที่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยที่นอกจากจะไม่ก้าวหน้าแล้ว คุณภาพการศึกษาของบ้านเรายังจะดูล้าหลังและถอยหลังเข้าคลองไปทุกวัน เมื่อเทียบกับการศึกษาของประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียน ทั้งผู้เขียนและเพื่อนครูต่างก็เห็นเช่นนั้น ซึ่งก็น่าแปลกใจมิใช่น้อยที่รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีความพยายามที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษามาเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษ นับตั้งแต่การปรับองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการปรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่เมื่อถึงเวลาจริง การรวมกระทรวงทบวงกรมไว้ด้วยกันกับกลายเป็นทำให้หน่วยงานมีขนาดใหญ่มากเกินไป ทำให้ยากต่อการขับเคลื่อนงานทั้งปวง และหน่วยงานย่อยๆที่เคยเป็นเอกเทศก็ขาดความเป็นอิสระต่อการตัดสินใจในการดำเนินงาน

                นอกจากนี้ หากพิจารณาในส่วนของผู้รับบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะพบว่าในระดับมัธยมศึกษา หากผู้ปกครองพอมีฐานะที่จะส่งเสริมบุตรหลาน ก็จะผลักดันผู้เรียนจนทำให้เกิดการแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะการสนับสนุนบุตรหลานให้เรียนพิเศษในสถาบันกวดวิชา ทั้งนี้โรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีชื่อเสียง ที่โดยมากจะเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดจะใช้วิธีคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนห้องพิเศษสายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ด้วยการจัดสอบผู้เรียน ทำให้ผู้ที่สอบได้คะแนนน้อยขาดโอกาสเรียนห้องพิเศษ  จนเป็นที่ปริวิตกแก่ผู้ปกครองว่าบุตรหลานของตนจะต้องเข้าเรียนในห้องท้ายๆซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ขาดความตั้งใจเรียน อีกทั้งทำให้นักเรียนที่มีความถนัดหรือความสนใจด้านอื่น เช่น ด้านภาษา ขาดโอกาสได้รับการส่งเสริมตามความถนัดและความสนใจ ยกเว้นในบางโรงเรียนที่มีการจัดโปรแกรมพิเศษด้านภาษาต่างประเทศให้กับผู้เรียน (ซึ่งมีน้อยมากและมีเฉพาะในบางโรงเรียนของบางจังหวัดเท่านั้น)

                สภาวการณ์ของการศึกษาขั้นพื้นฐานในปัจจุบันของไทยจึงดูจะสุ่มเสี่ยงต่อการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของผู้เรียนให้ถูกทาง ตลอดจนสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพราะทั้งผู้ปกครองและโรงเรียนส่วนมากต่างก็มุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อการเรียนสายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จนมองข้ามสนใจ ความสามารถ และความถนัดที่แท้จริงของผู้เรียน ยังผลให้ธุรกิจของสถาบันกวดวิชาเจริญรุดหน้าและขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ผลการสอบวัดสัมฤทธิผลทางการเรียนของผู้เรียนในระดับชาติจึงไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นผลลัพธ์อันเกิดจากการเรียนการสอนในระบบโรงเรียน เนื่องจากผู้เรียนเองก็ยืนยันกับผู้ปกครองว่าความรู้และทักษะที่เขานำไปใช้ในการสอบต่างๆนั้นส่วนใหญ่ได้มาจากการเรียนพิเศษ มิใช่ได้จากการสอนของครูในโรงเรียน

                ตราบใดที่ศักยภาพของเยาวชนไทยยังต้องพึ่งพาสถาบันกวดวิชา ตราบนั้นเยาวชนที่ด้อยโอกาสก็จะยิ่งขาดโอกาสในการพัฒนาเพื่อการแข่งขันมากขึ้น รวมทั้งยิ่งจะสะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการศึกษาของรัฐบาลไทย ที่ไม่สามารถจัดการศึกษาได้อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน อีกทั้งไม่สามารถจัดการศึกษาได้บรรลุเป้าหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ซึ่งกำเนิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และเป็นผลพวงของการปฏิรูปการศึกษาในช่วงต้นทรรศวรรษแรก อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติดังกล่าวถือได้ว่าเป็นกฎหมายด้านการศึกษาฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งนักการศึกษาต่างก็ลงความเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ถูกใช้มานาน สมควรต้องได้รับการสังคายนาและปรับปรุงเสียใหม่ โดยมิได้คำนึงถึงความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมาในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  อย่างไรก็ดี จากที่กล่าวในข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า การจัดแผนการเรียนและชั้นเรียนของโรงเรียนมิใช่ตัวแปรบ่งชี้คุณภาพที่แท้จริงของนักเรียนหรือโรงเรียนแต่อย่างใด ดังนั้น ถึงเวลาหรือยัง? ที่เราจะต้องปฏิรูปการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาของรัฐบาลไทย

Last Updated (Saturday, 06 July 2013 14:47)

 

PostHeaderIcon การประเมินผลวิชาโครงงาน

                                                                                     การประเมินผลวิชาโครงงาน

                                                                                                                                                                         ดร.กนกรัตน์ ศรีวิจิตร์

หลายเดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้กล่าวถึงเรื่องการสอนโครงงานเพื่อเป็นพื้นฐานด้านการวิจัยแก่นักเรียนในชั้นประถมและมัธยมศึกษา โดยผู้เขียนเจตนาว่าจะเขียนเรื่องการประเมินผลโครงงานเพิ่มเติมในภายหลัง แต่ด้วยภารกิจหลายอย่าง ทำให้ผู้เขียนว่างเว้นจากหน้าเว็บไซต์ไปนานพอสมควร

         นับแต่เริ่มสอนวิชาโครงงานเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา หลายครั้งหลายคราผู้เขียนต้องปฏิเสธการจัดตารางสอบวิชาโครงงานแก่ผู้ทำหน้าที่จัดตารางฯ ทำให้เรียนรู้ว่ายังมีเพื่อนร่วมงานที่ไม่เข้าใจหลักการหรือความมุ่งหมายในการสอนวิชาโครงงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียนผ่านกระบวนการและเกิดคุณลักษณะดังต่อไปนี้ 1) รู้จักการวางแผน 2) ได้รับประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง 3) เรียนรู้การทำงานอย่างเป็นระบบมีขั้นตอน 4) ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น 5) เรียนรู้วิธีการและรู้จักการแก้ปัญหา 6) รู้จักการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี  7) ฝึกการศึกษาค้นคว้าและการคิดวิเคราะห์ ใคร่ครวญ และ 8) ฝึกการประเมินผลงานของตนเองและของเพื่อน ดังนั้นการประเมินผลวิชาโครงงานจึงไม่ได้มุ่งเน้นการประเมินความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของวิชา หากแต่มุ่งเน้นการประเมินผลกระบวนการและผลผลิต โดยประการแรกผู้เรียนได้ผ่านกระบวนการและเกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ในข้างต้นหรือไม่ และประการที่สองคุณภาพของชิ้นงานซึ่งก็คือคุณภาพหรือความสมบูรณ์ของตัวโครงงาน ที่แต่ละเรื่องย่อมมีลักษณะเนื้อหาแตกต่างกันไปตามประเภทและสาระของโครงงานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ในการประเมินผลวิชาโครงงานเพื่อตัดสินผลการเรียน ควรมีการให้น้ำหนักคะแนนแก่โครงงานที่มีลักษณะผสมผสานหรือบูรณาการระหว่างโครงงานตั้งแต่สองประเภทขึ้นไปมากกว่าการทำโครงงานแบบเดี่ยว เช่น การทำโครงงานสำรวจ (เพียงอย่างเดียว) ฯลฯ  เนื่องจากการทำโครงงานแบบบูรณาการจะมีลักษณะซับซ้อน ผู้เรียนจำเป็นต้องใช้ความพยายามมากขึ้น นอกจากนี้ ในการประเมินผลโครงงานควรมีแบบสังเกตหรือแบบบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนรายกลุ่มและรายคนเพื่อใช้ประกอบการตัดสินผลการเรียน รวมถึงแบบประเมินผลชิ้นงาน แบบประเมินผลการทำงานสำหรับผู้เรียนใช้ประเมินการทำงานของตนและของเพื่อนด้วย

      จากวัตถุประสงค์และกลวิธีการตัดสินผลการเรียนวิชาโครงงานดังกล่าวมา จะเห็นได้ว่าการสอนโครงงานเป็นกระบวนการขัดเกลาและหล่อหลอมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่จำเป็นซึ่งเป็นพื้นฐานต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการดำรงตนอยู่ในสังคม ตลอดจนเป็นคุณลักษณะพื้นฐานของการทำวิจัย อันเป็นกระบวนการที่นานาอารยประเทศต่างก็ใช้ในการพัฒนาประเทศของตน ฉะนั้นตราบใดที่คีย์แมนของสถานศึกษายังขาดความรู้ความเข้าใจต่อการวัดผลประเมินผลหรือการตัดสินผลการเรียนวิชาโครงงาน ประเทศไทยจะสามารถพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองชั้นนำของประชาคมอาเซียนได้อย่างไร?

 
More Articles...