เวลาขณะนี้
Ulti Clocks content
สถิติผู้เข้าเยี่ยม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้689
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1591
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2280
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว10162
mod_vvisit_counterเดือนนี้22560
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว34717
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด319829

Online (20 minutes ago): 25
IP ของคุณ : 18.232.171.18
,
วันนี้ : Aug 19, 2019

PostHeaderIconงบประมาณกับโรงเรียนขนาดเล็ก

                                                งบประมาณกับโรงเรียนขนาดเล็ก

                                                                                                                                                            ดร.กนกรัตน์  ศรีวิจิตร์  

                เมื่อประมาณสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาหลายแห่งได้รับการประเมินภายนอกรอบที่สามจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพทางการศึกษา (สมศ.) ผู้เขียนได้มีโอกาสรับฟังการวิพากษ์การดำเนินงานของโรงเรียนแห่งหนึ่งโดยคณะผู้ประเมิน และการแสดงความคิดเห็นของท่านประธานคณะกรรมการสถานศึกษาภายหลังที่ท่านได้กล่าวขอบคุณคณะผู้ประเมิน สิ่งที่ท่านประธานคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนแห่งนั้น ที่อดีตเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนหลายแห่งและมีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินให้กับ สมศ.มาก่อนกล่าวถึงคือ การจัดสรรงบประมาณตามรายหัวหรือการจัดสรรงบประมาณโดยใช้เกณฑ์จำนวนนักเรียน ซึ่งไม่พอเพียงกับการบริหารจัดการในสถานศึกษาขนาดเล็ก ท่านประธานคณะกรรมการสถานศึกษาท่านดังกล่าวได้แสดงความเห็นว่า การจัดสรรงบประมาณโดยใช้เกณฑ์จำนวนนักเรียนเป็นความไม่ยุติธรรมบนความยุติธรรม ทำให้ผู้เขียนหวนคิดถึงข้อค้นพบและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในดุษฎีนิพนธ์ของผู้เขียนเอง

               ในการทำดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “บุพปัจจัยของความสำเร็จในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล ” ของผู้เขียน ซึ่งทำการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 ในเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต 1 เขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 เขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 2 และเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรสงครามโดยมีตัวแปรหลักที่ทำการศึกษา คือ ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน การใช้ความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ความพร้อมและการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการศึกษา การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษา และความสำเร็จในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(การบริหารแบบเบ็ดเสร็จที่สถานศึกษา ) จากการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผู้เขียนค้นพบประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็นด้วยกัน และหนึ่งในประเด็นนั้นคือ การค้นพบด้านการพึ่งพาตนเองของโรงเรียนซึ่งเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของความสำเร็จในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน โดยผู้เขียนพบว่า สถานศึกษาส่วนใหญ่ไม่สามารถพึ่งพาตนเอง  และสถานศึกษาที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้ต่างกัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและบริบทของสถานศึกษา  และความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจและสังคมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา รวมทั้งผู้ปกครองส่วนใหญ่ในสถานศึกษาขนาดเล็กและสถานศึกษาขนาดกลางมีฐานะยากจน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการระดมทรัพยากร จากข้อค้นพบดังกล่าวนำไปสู่ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

                                 (1) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการควรต้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่สถานศึกษาขนาดเล็กและขนาดกลางในอัตราที่สูงขึ้น โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาจากบริบทที่ตั้งของโรงเรียน

                                 (2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรจัดให้มีกลุ่มเครือข่ายโรงเรียน เพื่อให้สถานศึกษาทุกขนาดสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน และสถานศึกษาที่มีความสามารถในการพึ่งพาตนเองสูงสามารถช่วยเหลือสถานศึกษาที่พึ่งพาตนเองได้น้อย และสนับสนุน กำกับติดตามเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรต้องให้การสนับสนุนงบประมาณ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์แก่โรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขนาดกลางเพิ่มขึ้น

                                 (3) สถานศึกษาโดยเฉพาะขนาดเล็กและขนาดกลางควรจัดกิจกรรมเพื่อการมีรายได้ระหว่างเรียน ซึ่งนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างคุณลักษณะในการทำงานและเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริตให้กับผู้เรียนรวมทั้งแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการพึ่งพาตนเองของโรงเรียนอีกส่วนหนึ่งด้วย

                ในการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สิ่งสำคัญที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเรียน ก็คือวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์ ที่ผู้เรียนต้องทุ่มเทความรู้ความสามารถ กำลังสติปัญญาและเวลา รวมทั้งการได้รับการขับเคี่ยวจากครูอาจารย์อย่างเข้มข้น จึงจะทำให้ผ่านหรือจบการศึกษาได้ แต่ทันทีที่นักศึกษาเรียนจบ เมื่อวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์ถูกจัดวางไว้บนชั้นในห้องสมุด วิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์เหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่มีค่าเพียงเป็นผลงานวิจัยให้นักศึกษารุ่นหลังได้ใช้สำหรับศึกษาค้นคว้าเท่านั้น หน่วยงานต่างๆของรัฐ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือรัฐบาลกลับมองข้ามข้อค้นพบและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์เหล่านั้น ซึ่งไม่คุ้มค่ากับความมานะทุ่มเทหรือการลงทุนของมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตเลยแม้แต่น้อย

                ด้วยความตระหนักในเรื่องดังกล่าว บัณฑิตวิทยาลัยและโครงการปริญญาเอกหลายแห่งได้จัดส่งดุษฎีนิพนธ์ของนักศึกษาให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้เขียนเองจำได้ว่าได้ขอความร่วมมือจากโครงการปริญญาเอกที่ผู้เขียนจบการศึกษา ให้จัดส่งดุษฎีนิพนธ์ให้กับสภาการศึกษาแห่งชาติ ในสมัยที่ท่านปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษาฯ นอกเหนือจากที่ส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ผู้เขียนรู้สึกเสียดายที่ดุษฎีนิพนธ์ของผู้เขียนถูกวางทิ้งไว้บนชั้นเช่นเดียวกับดุษฎีนิพนธ์ของเพื่อนนักศึกษาทั้งหลาย เพราะมิเช่นนั้นแล้วช่วงระยะเวลาสามปีเศษที่ผ่านมา รัฐบาลโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานน่าจะมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก ตลอดจนดำเนินการ กำกับและติดตามเรื่องเครือข่ายโรงเรียนอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนเสียดายมากไปกว่าที่หน่วยงานสำคัญทางการศึกษาไม่ได้เหลียวแลดุษฎีนิพนธ์ของผู้เขียนและเพื่อนๆ ก็คือการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐไม่ได้เหลียวแลเด็กๆในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กยากจนและด้อยโอกาสแต่อย่างใด หรือด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นให้รัฐเป็นเพียงผู้สนับสนุนการจัดการศึกษา รัฐบาลจึงจะปล่อยให้การดูแลทรัพยากรของชาติเป็นหน้าที่ของผู้บริหาร โรงเรียน คุณครู และชุมชนที่ยากจนกระนั้นฤา?

 

Comments  

 
0 #10 สมฤทัยรป.ม.รุ่น3 2013-01-03 00:34
:lol: เห็นด้วยคะ่การศ ึกษาพัฒนาคนส่งผ ลพัฒนาชาติคะ่
Quote
 
 
0 #9 นงลักษณ์ โกบุตร รปม3 2012-12-23 03:35
ทำไหรหนูต้องพึ่ งมาเจอบทความนี้ ด้วย มีประโยชน์มาก ตรงกับที่เรึยนเ ลยค่ะ
Quote
 
 
0 #8 วลัยภรณ์ รป.ม4 จอมฯ 2012-12-22 22:24
เห็นด้วย เพราะการศึกษาเป ็นสิ่งสำคัญเด็ก ไทยควรได้รับการ ศึกษาที่ดีและมี คุณภาพ
Quote
 
 
0 #7 รัติกาล รป.ม4 จอมบึง 2012-12-22 22:14
เห็นด้วยค่ะ เพราะการประเมิน การศึกษาเป็นการ วัดผลว่าโรงเรีย นมีคุณภาพมากน้อ ยขนาดไหน การศึกษาเป็นสิ่ งสำคัญสำหรับทุก ๆคน
Quote
 
 
0 #6 ชัชชา ฉัตรชัยโพธิ์ทอ 2012-10-11 18:24
เห็นด้วยครับ การศึกษา เป็นความจำเป็น หากคนไม่มีการศึ กษา ประเทศก็ไม่สามา รถพัฒนาได้
Quote
 
 
0 #5 รจรี แก่นจันทร์ 2012-10-11 13:28
การศึกษาเป็นสิ่ งสำคัญมาก รัฐบาลควรให้ควา มสำคัญในเรื่องก ารศึกษาให้มากกว ่านี้
รจรี แก่นจันทร์ รปม.2
Quote
 
 
+1 #4 สุวภัทร รปม.๒ 2012-10-08 14:44
ไม่เหนด้วยอย่าง ยิ่งในการจัดสรร งบประมาณ!!
Quote
 
 
+2 #3 อนุศิษฏ์ รป.ม.2 จอมฯ 2012-09-27 11:26
จากบทความของท่า นอ.ดร.กนกรัตน์ กระผมจึงได้ตะหน ักถึงนโยบายของร ัฐบาลที่เพียงแต ่จะคิดหาเสียงปร ะชานิยม โดยไม่คำนึงผลกร ะทบต่างๆ ที่จะเสียหายตาม อย่างเช่น นโยบายการแจกแท็ ปเล็ทกับเด็กป.๑ ซึ่งมีอายุเพียง ๕-๖ ปี พวกเขายังอ่านแล ะเขียนกันยังไม่ ถูกต้อง ซึ่งเด็กป.๑ ตอนนี้เขาควรจะไ ด้รับการอบรมในเ รื่องการอ่านเขี ยนภาษาจากครูมาก กว่า ส่วนแท็บเล็ทเป็ นแค่การสัมผัสบน หน้าจอซึ่งไม่ได ้ช่วยพัฒนาการอ่ านเขียนเลย กระผมจึงมีความเ ห็นว่ารัฐบาลควร นำงบประมาณที่ซื ้อแท็บเล็ทมาแจก นั้น มาส่งเสริมการศึ กษาขั้นพื้นฐานเ สียก่อน โดยอบรมครูให้กร ะจายไปยังโรงเรี ยนขนาดกลางและขน าดเล็กที่ห่างไก ลที่ด้อยโอกาสหร ือในชนบทมากกว่า เพราะ โรงเรียนเหล่านั ้นยังขาดบุคลากร และปัจจัยในการเ รียนการสอนอยู่ม าก และรัฐบาลควรจะส ่งเสรืมการนำผลง านวิจัยมาประยุก ต์ใช้ในการแก้ปั ญหาในด้านการศึก ษา มากกว่าที่คิดแต ่จะหานโยบายประช านิยมหรือวิธีกา รหาเสียงเพื่อผล ประโยชน์ของตัวเ อง
Quote
 
 
+1 #2 ศลิษา จันทร์วรรณ์ 2012-09-22 15:55
เด็กไทยควรได้รั บความเท่าเทียมก ันในสังคม และ ผู้มีอำนาจ ควรตระหนักรู้คุ ณค่า สังคมแห่งการเรี ยนรู้ร่วมกัน เปิดมุมมอง เพื่อพัฒนาให้ทั นสมัย ..
Quote
 
 
+1 #1 ศลิษา จันทร์วรรณ์ 2012-09-22 15:52
เห็นด้วยกับอาจา รย์ นะคะ เพราะการศึกษาเป ็นสิ่งสำคัญ ควรตระหนักรู้ถึ งคุณค่า ของการเรียนรู้ร ่วมกัน เปิดมุมมองมองปั ญหา ให้เข้าใจ ถ้าสามารถแก้ไขไ ด้ ก็ควรทำนะคะ..
Quote
 

Add comment


Security code
Refresh