เวลาขณะนี้
Ulti Clocks content
สถิติผู้เข้าเยี่ยม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้376
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้614
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2773
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว4785
mod_vvisit_counterเดือนนี้11779
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว6149
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด252641

Online (20 minutes ago): 8
IP ของคุณ : 54.242.25.198
,
วันนี้ : Jun 19, 2019

PostHeaderIconโรงเรียนนิติบุคคลในความเป็นจริง

โรงเรียนนิติบุคคลในความเป็นจริง

กนกรัตน์  ศรีวิจิตร์

ตามทรรศนะของท่านผู้อ่านต่อข้อเขียนในเว็บไซต์นี้ ที่เห็นว่าเต็มไปด้วยบทคัดย่อและเรื่องราวของการวิจัย ผู้เขียนจึงจะขอพักยกเรื่องที่เกี่ยวพันกับการวิจัยเอาไว้ก่อน และเพื่อให้ท่านผู้สนใจได้เปลี่ยนบรรยากาศ  นักสร้างสรรค์สามารถใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ สรรค์สร้างสาระได้หลากหลายมากขึ้น ในฐานะที่อยู่ในแวดวงโรงเรียน คราวนี้จะขอคุยเรื่องโรงเรียนนิติบุคคล ซึ่งเป็นอำนาจและสถานภาพ(ของโรงเรียน) ภายใต้อำนาจและนโยบายของรัฐบาล

ปลายปี พ.ศ.2546 เป็นช่วงเวลาที่บรรดาผู้บริหารและครู อาจารย์ในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษารวมไปถึงนักการศึกษาเริ่มสะดุดหูกับคำว่า “โรงเรียนนิติบุคคล โดยรัฐบาลได้ตรากฎหมายรองรับให้สถานศึกษามีสถานภาพเฉกเช่นเดียวกับบุคคลธรรมดาทั่วไปหรือบริษัทห้างร้านต่างๆ ดังนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และประมวลกฎหมายอาญา ผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้แทนของโรงเรียนจึงสามารถกระทำนิติกรรมต่างๆได้  เช่น  การซื้อขายแลกเปลี่ยนทรัพย์สิน การจัดหารายได้  การถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินฯลฯ ตลอดจนการเป็นโจทย์และจำเลยหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ทั้งนี้สิทธิและอำนาจดังกล่าวจะไม่ผูกพันกับตัวของผู้บริหารโรงเรียน ฉะนั้นนอกจากข้อจำกัดของการใช้อำนาจความเป็นนิติบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ติดขัดด้วยระเบียบ นโยบาย และคำสั่งต่างๆของทางราชการแล้ว สถานภาพความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษาจะถูกนำมาใช้ประโยชน์มากน้อยเพียงใดจึงขึ้นอยู่กับภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการตัดสินใจ ผู้บริหารสถานศึกษาจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานภาพรวมทั้งอำนาจความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษา และรู้จักเลือกใช้อำนาจดังกล่าวให้เกิดประโยชน์แก่สถานศึกษาให้มากที่สุด อาทิ เรื่องความมีอิสระในการบริหารจัดการทรัพย์สิน อำนาจในการบริหารจัดการกิจการของสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ฯลฯ ซึ่งท้ายที่สุดย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนและสัมฤทธิผลของผู้เรียน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยแต่เดิม รัฐบาลโดยกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องเป็นศูนย์รวมในการสั่งการบังคับบัญชาทั้งหมด ผู้บริหารโรงเรียนจึงเป็นเสมือนช่างก่อสร้างที่ต้องรอคอยคำสั่งจากหัวหน้าช่างหรือนายจ้างอยู่ตลอดเวลา นโยบาย คำสั่งและระเบียบปฏิบัติต่างๆของทางราชการเปรียบเสมือนเนื้อมะพร้าวที่หล่อเลี้ยงตัวอ่อนของด้วงให้อาศัยอยู่ในต้นมะพร้าวที่กำลังจะตาย และรอวันเติบโตเพื่อที่จะกัดกินต้นมะพร้าวต้นอื่นๆต่อไป  เป็นที่น่าสนใจว่านับถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษแล้ว การใช้อำนาจความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษายังคงเป็นได้เพียงเจตนารมณ์ของรัฐที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้เกิดความคล่องตัวต่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา โดยที่ผู้ใช้อำนาจไม่สามารถใช้อำนาจได้อย่างแท้จริง

รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการซึ่งรับผิดชอบดูแลเรื่องการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาจึงควรจัดหามาตรการในการเสริมสร้างความพร้อมแก่สถานศึกษา มิใช่ปล่อยให้ขนาดของโรงเรียนเป็นเครื่องกำหนดความพร้อมและความสามารถต่อการใช้อำนาจความเป็นนิติบุคคล ประการสำคัญซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบควรต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจังก็คือ การแก้ไขมิให้อำนาจดังกล่าวตกอยู่กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเหมือนที่ผ่านมา(และยังคงเป็นอยู่ในปัจจุบัน) ที่เป็นหนทางให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในฐานะที่เป็นหน่วยงานบังคับบัญชาชั้นต้นของโรงเรียนยังคงกุมอำนาจเอาไว้อย่างหวงแหน รวมถึงการเป็นลู่ทางให้ข้าราชการที่ขาดความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่สามารถแสวงหาประโยชน์ใส่ตน ดังตัวอย่างของข้าราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งหนึ่งที่ถูกร้องเรียนและถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีความไม่ชอบมาพากลต่อการเปิดประมูลราคาบ้านพักครูซึ่งทางโรงเรียนทำเรื่องขอรื้อถอน เป็นต้น

อย่างไรก็ดี แม้กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะได้กระจายอำนาจการจัดการศึกษาในหลายเรื่องไปยังสถานศึกษาโดยตรงแล้วก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่าวิธีการดังกล่าวอาจแก้ปัญหาได้บ้าง หากแต่เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดหรือตรงประเด็น ในเมื่อระเบียบ นโยบายหรือคำสั่งต่างๆเป็นข้อจำกัดต่อการใช้อำนาจความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษา หากไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในส่วนอื่นๆที่ก่อให้เกิดความเสียหายตามมา ก็เป็นการสมควรที่จะได้มีการยกเลิกปรับปรุงแก้ไขระเบียบและคำสั่งเหล่านั้น นอกจากนี้แล้วรัฐบาลโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องคงต้องพิจารณาค้นหามาตรการส่งเสริมภาวะผู้นำของผู้ใช้อำนาจความเป็นนิติบุคลของสถานศึกษา ตลอดจนทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลต่อการสร้างหลักสูตรกิจกรรมการอบรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ที่นอกจากผู้เข้ารับการอบรมจำนวนหนึ่งจะมิได้กลับมาดำเนินการใดๆให้สมค่าราคากับงบประมาณของรัฐที่ทุ่มเทไปเพื่อการนี้แล้ว ท่านเหล่านั้นยังกลับมาเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปล่องแพหรือท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

สรุปความว่า ภายหลังโครงการพัฒนาภาวะผู้นำของหน่วยงานต้นสังกัด ด้วงซึ่งเติบโตแล้วยังคงกัดกินต้นมะพร้าวต่อไป เจ้าของสวนมะพร้าวปล่อยด้วงเอาไว้และรอวันให้มันหมดอายุขัยหรือตายไป กว่าจะถึงวันนั้นจะมีต้นมะพร้าวอีกไม่ทราบจำนวนเท่าใด? ที่ยืนต้นตายเพราะถูกด้วงกัดกิน อนิจจา!

Last Updated (Tuesday, 17 January 2012 16:13)

 

Add comment


Security code
Refresh